Sunday, 20 Oct 2019

ไตเสื่อม ไตวาย ชะลอได้

โรคไต ภัยเงียบใกล้ตัว!!
พึงระวัง สงสัย รีบตรวจก่อนจะสาย

 

เมื่อพูดถึง ไตเสื่อม นอกจากโรคยอดฮิต เบาหวาน ความดัน ที่ส่งผลให้ไตทำงานหนัก จนค่อยๆเสื่อมลง จนไตเสื่อม ในที่สุด และ อีกอย่างก็คือ อาหาร กับ ประโยคยอดฮิตที่ว่า 

“อย่ากินเค็มมาก เดี๋ยวเป็นโรคไต”

เป็นประโยคที่เราอาจได้ยินกันมานาน และได้ยินบ่อยๆ เมื่อเรานั่งทานอาหารโต๊ะเดียวกันแน่นอนว่าการทานรสเค็มมากๆ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคไต อย่างที่ทุกคนเข้าใจกันนั่นแหละ หลายคนสาดน้ำปลาไม่ยั้ง ส้มตำลาบน้ำตก ยำรสจัดๆ ของชอบสุดๆ ไปๆ มาๆ ตรวจสุขภาพประจำปี รู้ตัวอีกทีก็เป็นโรคไต หรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไตเสียแล้ว

แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่า ไตเริ่มเสื่อมแล้ว คลิปนี้มี คำตอบค่ะ

และเมื่อไตเสื่อมแล้ว นอกจาก ลดเค็มแล้ว ยังต้องควบคุมอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ฟอสฟอรัสสูงโซเดียมสูง และ เลือกทานผัก ผลไม้อีกด้วย เพื่อไม่ให้อาการของโรคไต กำเริบ มากยิ่งขึ้นด้วย เพราะอะไร และอาหารอะไรบ้างที่มีโพแทสเซียมสูงที่คุณควรเลี่ยง มาดูกัน

 

ผัก ผลไม้ ที่ผู้ป่วยไตเสื่อม กินได้ ปลอดภัย ชลอไตเสื่อม

กลุ่มอาหารที่มี โพแทสเซียมสูง
เมื่อเป็นโรคไตเสื่อม แล้วทำไมต้องเลี่ยงอาหารที่มีโพแทสเซียม? โพแทสเซียม เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ที่ช่วยควบคุมการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อในร่างกาย โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ

ส่วนไตมีหน้าที่กรองเอาสารอาหารที่ประโยชน์กลับขึ้นไป ดูแลร่างกายผ่านกระแสเลือด และแยกเอาสารอาหารที่เกินความจำเป็นออกไป

หากไตเสื่อม ไตก็จะกรองเอาโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้น้อยลง ดังนั้นผู้ป่วยโรคไตจึงควรจำกัดการทานอาหารที่มีโพแทสเซียมไม่ให้สูงเกินไปนั่นเอง

 

เมื่อมีโพแทสเซียมสูง จะส่งผลต่อร่างกาย ผู้ป่วยไตเสื่อมอย่างไรบ้าง?

เมื่อร่างกายมีปริมาณโพแทสเซียมสูงเกินไป อาจมีอาการเหนื่อยหอบ อ่อนเพลีย ใจสั่น คลื่นไส้ เป็นตะคริว ชีพจรเต้นช้าลง ไปจนถึงหัวใจหยุดเต้นได้เลยทีเดียว

 

ผู้ป่วยโรคไต ห้ามทานอาหารที่มีโพแทสเซียม?

จะห้ามให้ไม่ทานเลยก็ไม่ได้ เพราะอย่างไรก็ตาม โพแทสเซียมยังพอมีประโยชน์กับผู้ป่วยโรคไตอยู่บ้าง เพราะโพแทสเซียมช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกายของผู้ป่วย ช่วยปรับสมดุลของน้ำในร่างกายให้เป็นปกติ และป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวอีกด้วย

 

มาดูกันค่ะ…ว่า อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ที่ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง อาทิ ผักสด โดยเฉพาะผักสีเข้มๆ นมไขมันต่ำ หรือไม่มีไขมัน ถั่วต่างๆ และธัญพืช

ตัวอย่างอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง อาทิ เช่น ผงโกโก้ ลูกพรุนอบแห้ง ลูกเกด เมล็ดทานตะวัน อินทผาลัม ปลาแซลมอน ผักโขมสด เห็ด ส้ม กล้วย (ทุกชนิด) 

 

เพราะฉะนั้นอาหารที่ผู้ป่วยโรคไตสามารถทานได้ คืออาหารที่มีโพแทสเซียมต่ำ คือผักผลไม้ที่มีสีซีดๆ เช่น ชมพู่ องุ่นเขียว แตงโม บวบเหลี่ยม เห็ดหูหนูขาว ฟักเขียว ผักกาดขาว กะหล่ำปลี แตงกวา

แต่ก็สามารถทานสลับระหว่างอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง-ต่ำ เพื่อรักษาสมดุลของโพแทสเซียมในร่างกายได้เช่นเดียวกัน

 

***เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อลดปริมาณโพแทสเซียมในผัก คือ การลวกในน้ำร้อนก่อนทาน จะช่วยลดปริมาณโพแทสเซียมได้ถึง 30-40% ค่ะ

แต่หากพบปริมาณโพแทสเซียมในเลือดสูงผิดปกติ ควรงดผลไม้ทุกชนิด แล้วทานแต่ผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแพทย์

 

10 อาหาร ที่ ผู้ป่วยไตเสื่อม ควรเลี่ยง นั่นคืออาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง

หน้าที่ของ ฟอสฟอรัส
✅กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
✅กระตุ้นการหดตัวคลายตัวของกล้ามเนื้อต่างๆ

หลังจากร่างกายดูดซึมไปแล้วจะมีอีก 30 เปอร์เซ็นต์ของฟอสฟอรัสในอาหารที่ไม่ถูกดูดซึม ส่วนการควบคุมระดับของฟอสฟอรัสนั้นจะทำโดยการขับออกทาง “ไต” มากกว่าในรูปแบบของการดูดซึม    

อาการ เมื่อขาดฟอสฟอรัส และถ้ามากเกินไป จะมี อาการ เหล่านี้
❌ อาการคันตามผิวหนัง
❌ หลอดเลือดแดงแข็ง
❌ ภาวะต่อมพาราไทรอยด์โต
❌ กระดูกบางและเปราะ  

เรามาดูกันคะ ว่าอาหารกลุ่มไหนบ้างที่มีฟอสฟอรัสสูง 10 ชนิดของอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง
1.เครื่องดื่มชา กาแฟ โกโก้ เครื่องดื่มจำพวก ชานมเย็น โกโก้ กาแฟเย็น ที่เป็นเครื่องดื่มใส่นมทั้งหลายแหล่ ล้วนแต่เป็นเครื่องดื่มที่ให้ฟอสฟอรัสสูง ถึง 1,500 มิลลิกรัม ต่อ 100กรัม 
2.สาหร่ายทะเลแห้ง ในสาหร่ายทะเลแห้ง มีฟอสฟอรัสถึง 1,000 มิลลิกรัม ต่อ สาหร่าย 100 กรัม
3.เมล็ดถั่วเหลืองแห้ง ในส่วนของฟอสฟอรัสที่มีอยู่ในเมล็ดถั่วเหลืองแห้งซึ่งมีอยู่ถึง 583 มิลลิกรัม ต่อถั่วเหลือง 100 กรัม
4.ไข่แดง ในไข่แดงจัดว่าเป็นอาหารชนิดที่มีฟอสฟอรัสอยู่สูงถึง 580 มิลลิกรัม ต่อไข่ 100 กรัม 
5.พริกแดง พริกเม็ดสีแดงๆ เป็นเครื่องปรุงรสชั้นเลิศของสาวๆเมืองไทยนี้มีฟอสฟอรัสแฝงอยู่ถึง 380 มิลลิกรัม ต่อพริกแดง 100 กรัม 
6.ช็อคโกแลต ช็อคโกแลต มี ฟอสฟอรัสที่สูงถึง 287 มิลลิกรัม ต่อช็อคโกแลต 100 กรัม เลย
7.เครื่องในสัตว์ ตับไก่ เครื่องในสัตว์จำพวก ตับ มีฟอสฟอรัส สูงถึง 240 มิลลิกรัม ต่อ ตับ 100 กรัม 
8.นม นมจืด นมหวาน นมพร่องมันเนย นมขาดมันเนย นมข้น นมผง นมปรุงแต่งกลิ่นรสต่างๆมีฟอสฟอรัสสูงถึง 230 มิลลิกรัมต่อนม 100 กรัม
9.ผลิตภัณฑ์จากนม ในโยเกิร์ต ไอศกรีม คัสตาร์ดครีม ชีส ช็อกโกแลตและเนยแข็งทุกชนิด มีฟอสฟอรัสถึง 135มิลลิกรัม ต่อ 100กรัม 
10.เบเกอรี่ ขนมปัง เค้ก ขนมอบ โดนัท ซาลาเปา หรือขนมที่มีส่วนผสมของยีสต์ มีฟอสฟอรัสสูงถึง 110 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัมค่ะ

 

10 อาหาร โซเดียมสูง อันตรายของผู้ป่วยไต

หลายๆคน บอกว่า เป็นโรคไต แล้ว ห้ามกินเค็ม ! จริงๆแล้ว กินเค็ม ไม่ใช่ แค่น้ำปลา หรือ เกลือ เท่านั้น เพราะจริง ๆ ยังมีอีกตัวที่ให้ความเค็ม และต้องระวัง เป็นอย่างยิ่ง นั่น คือ “โซเดียม” ซึ่งมีอาหารอีกหลายชนิดมากที่มีโซเดียมสูง แต่ไม่ได้มีรสเค็มเลยค่ะ

“โซเดียม” เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ ควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ และช่วยปรับสมดุลของน้ำในร่างกาย และยังป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่ง โซเดียม จะมาจากการที่เราทานอาหารเข้าไปเท่านั้น เพราะร่างกายของเราไม่สามารถสร้างโซเดียมขึ้นมาได้ 

เมื่อนำโซเดียมเข้าร่างกายแล้ว ก็ต้องมีการนำส่วนเกินออก ซึ่งโดยปกติร่างกายเราจะขับโซเดียมออกได้ 3 ทาง ได้แก่ ปัสสาวะ เหงื่อ อุจจาระ

แต่เมื่อไตเราเสื่อม ร่างกายของเราจึงกำจัดโซเดียมออกได้น้อย หรือ ไม่สามารถกำจัดโซเดียมที่เกินออกไปได้เลย

 

ค่าระดับโซเดียมในเลือด
โซเดียมปกติ :  คือ มีค่าอยู่ระหว่าง 135-145 mEq/L

โซเดียมต่ำ : คือ มีค่า น้อยกว่า 135 mEq/L  (จะทำให้ รู้สึกเพลีย ไม่มีแรง)

โซเดียมสูง : คือ มีค่า มากกว่า 145 mEq/L

 **ปริมาณที่ควรได้รับ คือ ไม่เกิน 2,000 mg. ต่อวัน (เฉลี่ย 3 มื้อ มื้อละประมาณ 600 mg.)

 

และเมื่อเราได้รับโซเดียมมากเกินไปจะเป็นอย่างไร? ผู้ป่วยไตเสื่อมจะมีอาการ ดังนี้
1. ตัวบวม
2. ความดันจะสูง
3. ร้ายแรงที่สุด คือน้ำท่วมปอด จะทำให้มีอาการแน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้ 

แต่โซเดียม ก็ยังมีประโยชน์ เพราะถ้ามีน้อยเกินไปจะทำให้ รู้สึกเวียนหัว เวลายืนจะเป็นลม มือเท้าเย็น อ่อนเพลีย ชีพจรเต้นเร็ว เพราะฉนั้นแล้ว เราควรเลือกทาน และคุมปริมาณโซเดียม ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จะดีกว่า

 

มาดูกันค่ะ ว่าโซเดียมมีอยู่ในไหนบ้าง ?

1. วัตถุดิบตามธรรมชาติ อย่างเนื้อหมู ปลา ไก่ ผักต่าง ๆ และผลไม้

2. เครื่องปรุงรสต่างๆ อาทิ กะปิ เกลือ น้ำปลา เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วขาว  ซุปก้อน  (*ควรหลีกเลี่ยงค่ะ)

3. สารปรุงแต่ง อาทิ ผงชูรส ผงฟู  (*ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง)

4. กลุ่มอาหารแปรรูป ไส้กรอก แฮม กุนเชียง อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง อาหารหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

 

“นม” อีกหนึ่งเครื่องดื่ม ที่มี ฟอสฟอรัสสูง ผู้ป่วยไตควรเลี่ยง

กับคำถาม ที่ผู้ป่วยไตเสื่อมหลายคนสงสัยว่า ไตเสื่อม แล้ว ดื่มนม ได้ไหม?

โดยปกติแล้ว ใน นม ทุกประเภท จะมีฟอสฟอรัส อยู่ในปริมาณที่เยอะ

นอกจากนมแล้ว ยังมีอาหารประเภทนมและผลิตภัณฑ์จากนม
เช่น เนย โยเกิร์ต ไอศครีม ขนมเบเกอรี่ เค้ก พาย ช๊อคโกแลต ไข่แดง

และรวมถึงเมล็ดพืชต่างๆ ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ น้ำอัดลมสีเข้ม กาแฟ ชา เบียร์ เป็นต้น

ในน้ำนม 1 กล่อง (240 มิลลิลิตร) มีโปรตีนคุณภาพดีประมาณ 8 กรัม
เท่ากับเนื้อหมู หรือเนื้อไก่หั่น 2 ช้อนกินข้าว

ผู้ป่วยไตส่วนมากจำเป็นต้องจำกัดโปรตีนดปริมาณเนื้อสัตว์ ที่ได้รับในวันนั้นลงด้วย
ผู้ป่วยไตเรื้อรัง บางราย การดื่มนมอาจจะไม่เหมาะ เพราะในน้ำนมมีฟอสฟอรัสสูง
แนะนำให้ทานโปรตีนไข่ขาวชงแทนดีกว่าค่ะ

1,953 total views, 2 views today

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยผู้แทนจำหน่ายอิสระ บริษัท อาเจล (ประเทศไทย) จำกัด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น เนื้อหาและบทความที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์นี้ ทั้งประสบการณ์ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ และตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องราวเฉพาะบุคคล
Open

 

Scroll Up
error: Content is protected !!