Saturday, 18 Jan 2020

ทุเรียน ผู้ป่วยไตเสื่อม กินได้ไหม

เมื่อฤดูร้อนมาถึง ราชาของผลไม้ “ทุเรียน” ก็มาแล้ว

ซึ่งตอนนี้ เราไปที่ไหน ก็จะเห็นทุเรียนวางขายเต็มไปหมด เลยคะ?
ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมทุเรียน ทุเรียนอบกรอบ ทุเรียนทอด ทุเรียนสดๆ
เค้กทุเรียน บิงซูทุเรียน ทุเรียนอบแห้ง และอื่น ๆ อีกเต็มไปหมด
แล้วแบบนี้คนที่ชอบกินทุเรียน จะอดใจไหวกันได้ยังไงละคะ

แต่ แต่ สำหรับผู้ป่วยไตเสื่อม ก็คงอยากกิน แต่ก็ถูกห้าม
เพราะคนรอบข้างก็เตือน ว่าอย่าไปกินนะ เพราะมันอันตราย
ผู้ป่วยไตเสื่อม คงสงสัย ว่าอันตรายอย่างไร? ทำไมถึงกินไม่ได้?

นางกุลพร สุขุมาลตระกูล นักวิชาการโภชนาการชำนาญการพิเศษ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กล่าวว่า อากาศร้อนๆ การทานทุเรียนเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง แม้ทุเรียนจะมีสารอาหารมากมาย ทั้งวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร แต่ก็มีกำมะถัน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน น้ำตาลในปริมาณมาก

ทำให้เมื่อกินทุเรียน ร่างกายจึงได้รับพลังงานสูง ปัจจุบันมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร จัดบุฟเฟต์ผลไม้ มีทุเรียนเป็นจุดขาย ดังนั้น การกินทุเรียนให้มีสุขภาพดี จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจที่จะดูแลตนเองด้วย โดยเริ่มที่หากกินทุเรียนครึ่งเม็ดกลาง ร่างกายจะได้รับพลังงานประมาณ 200 กิโลแคลอรี เทียบกับกินข้าวยำปักษ์ใต้ 1 จาน หรือเท่ากับกินก๋วยเตี๋ยวปลาเส้นเล็กน้ำ 1 ชาม หรือเท่ากับข้าว ราดแกงส้มผักรวม 1 จาน

นอกจากนี้ นางกุลพร ยังได้กล่าวเพิ่มเติม อีกว่า เมื่อเรากินทุเรียน 1 เม็ดกลางจะได้รับค่าน้ำตาล สูงถึง 4 ช้อนชา และน้ำมันถึง 3 ช้อนชา แล้ว เปรียบกับผู้ชายและผู้หญิงวัยทำงานแล้ว ควรจะได้ค่าน้ำตาลเฉลี่ยต่อวันที่ 6 และ 4 ช้อนชาตามลำดับ จึงทำให้ไม่เหมาะกับผู้ที่จะรับประทานรสหวาน

นอกจากนี้ ผู้ป่วยเบาหวาน กับ หลอดเลือดหัวใจ นั้น ควรจะรับประทานให้น้อยที่สุด หรือ นานๆ กินสักครั้งพอได้ แต่สำหรับผู้ป่วยไตเสื่อมแล้ว ถือว่าอันตรายอยู่เหมือนกัน เพราะทั้งพลังงานสูง น้ำตาลสูง ไขมันสูง โพแทสเซียมสูง ซึ่ง ผู้ป่วยไตเสื่อม ที่กินทุเรียนเข้าไปแล้ว อาจเสี่ยงทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ เนื่อง จากมีโพแทสเซียมที่สูง มากเกินไป ฉนั้นแล้ว ผู้ป่วยไตเสื่อม ต้องระวังเรื่องการกินให้มากกว่าคนปกติทั่วไป นะคะ

*** ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายซึ่งมีระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงกว่า 5.5 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ควรงดผลไม้ทุกชนิด

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่า ผลไม้ชนิดไหนบ้างที่มีโพแทสเซียมสูง

ผลไม้ที่เรียกได้ว่า มีโปแทสเซียมสูง คือ ผลไม้ที่มีค่าตั้งแต่ 201 – 450 มิลลิกรัม ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วทุเรียน 100 กรัม (หรือ 1-2 พูเล็ก) จะมีโพแทสเซียมระหว่าง 400-680 มิลลิกรัม (แล้วแต่พันธุ์) และใน 1 วันผู้ป่วยไตเสื่อม ควรได้รับโพแทสเซียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม แค่ทุเรียน 1 พูก็ ประมาณ 25% ของวันแล้ว

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากกินมากจริง ๆ นะคะ ขอแค่ “ชิมก็พอ” แค่ให้รู้รสชาด เพราะถ้ากินมากไป และ มีโพแทสเซียม ในเลือดสูงมาก จะส่งผลต่อหัวใจโดยตรง อันตรายถึงชีวิตเลยค่ะ

ตารางแสดงปริมาณโพแทสเซียม ใน ผัก ผลไม้แต่ละชนิด

**แต่ถ้าไม่อยาก หรืออดใจไหว ก็หันไปทานอย่างอื่นดีกว่าค่ะ บางคนกินนิดเดียวก็อาจแสดงอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกได้เลย (แต่ละคนอาการเกิดช้าเร็วต่างกัน ขึ้นกับผลเลือดและความแข็งแรงของร่างกายค่ะ)

สรุปแล้ว ถึงทุเรียน จะเป็นผลไม้ที่คุณค่าทางโภชนาการสูงมาก และมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย แต่สำหรับคนที่เป็นผู้ป่วยไตเสื่อม ก็ควรระวัง “ชิมแค่นิด ๆ หน่อย ๆ พอค่ะ เพื่อความปลอดภัย”

เชื่อว่า หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ คงเข้าใจขึ้นแล้ว ว่า จริง ๆ ก็กินทุเรียนได้ เพียงแต่กินได้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ และไม่ควรกินบ่อยด้วย ค่ะ

ทางที่ดี ที่สุด หันไปกินผลไม้ที่เหลืออีก หลายชนิด ที่เหมาะสม กินแล้วไม่เสี่ยงอันตราย จะดีกว่านะคะ เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ เหตุผลว่า ทำไมผู้ป่วยไตเสื่อม ถึงห้ามกินทุเรียน ?

“จริง ๆ แล้วผู้ป่วยไตเสื่อม สามารถกินอาหารได้เกือบทุกอย่างล่ะค่ะ เพียงแค่ จำกัดปริมาณที่กิน และปรับเปลี่ยนการกินให้สอดคล้องกับผลเลือดของผู้ป่วย เน้นย้ำว่า ผลเลือดของผู้ป่วยเอง นะคะ อย่ามองว่า คนอื่นทำไมกินได้ เรากินไม่ได้ แบบนี้จะเป็นทุกข์มาก ๆ เลยค่ะ”

 

ขอให้ทุกคนมีความสุขและแข็งแรง ๆ กันถ้วนหน้า นะคะ ด้วยความห่วงใจจากเราคะ


#ดูแลสุขภาพ #ฟื้นฟูร่างกาย #บำรุงตับไต

สอบถามสุขภาพ และ รับข้อมูลดีๆ

ศึกษาเพิ่มเติม คลิ๊ก http://www.hrtexo.com

คลิ๊กที่ลิงค์เพื่อแอดไลน์อัตโนมัติรับข้อมูลสุขภาพดีๆได้เลยค่ะ

ถ้าบทความนี้ดี อย่าลืมแชร์ให้เพื่อน ๆ หรือ คนที่คุณรัก ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง : kidneymeal, Sanook, ข่าวสด
รูปภาพ : pixabay, google

 

951 total views, 2 views today

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยผู้แทนจำหน่ายอิสระ บริษัท อาเจล (ประเทศไทย) จำกัด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น เนื้อหาและบทความที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์นี้ ทั้งประสบการณ์ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ และตัวอย่างผู้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องราวเฉพาะบุคคล
Open

 

Scroll Up
error: Content is protected !!